23 มีนาคม 2562 สถานการณ์หมอกควันภาคเหนือทุกเพิ่มสูงขึ้น โดยมี 14 พื้นที่ค่าฝุ่นละออง PM.2.5 สูงในระดับสีแดง พบสูงสุดบริเวณ ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย 207 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

ที่มา: http://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG190323103649944

สถานการณ์หมอกควันภาคเหนือทุกเพิ่มสูงขึ้น โดยมี 14 พื้นที่ค่าฝุ่นละออง PM.2.5 สูงในระดับสีแดง พบสูงสุดบริเวณตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย 207 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ตรวจวัดสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 พื้นที่ภาคเหนือ 9 จังหวัดวันนี้ (23 มี.ค.62) ภาพรวมคุณภาพอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยสารมลพิษทางอากาศที่ตรวจพบเกินมาตรฐาน คือ ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ตรวจพบค่าเฉลี่ยระหว่าง 74 – 207 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ภาพรวมค่าฝุ่นทุกพื้นที่สูงขึ้นจากเมื่อวานนี้ (22 มี.ค.62) โดยพบเกินมาตรฐานในระดับสีแดงมีผลกระทบต่อสุขภาพอยู่ 14 พื้นที่คือ มีค่าฝุ่นสูงสุดบริเวณตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย อยู่ที่ 207 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ตำบลเวียง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่  ตำบลจองคำ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน  ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ตำบลพระบาท อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง ตำบลบ้านดง อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ตำบลแม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ตำบลห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน และตำบลบ้านต๋อม อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา ขณะที่ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) ตรวจพบค่าระหว่าง 101 – 260 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินมาตรฐานใน 15 พื้นที่ พบสูงสุดบริเวณตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย อยู่ที่ 260 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร สำหรับสาเหตุยังมาจากประชาชนลักลอบเผาเพื่อล่าสัตว์ หาของป่า และการเตรียมพื้นที่เกษตร โดย คพ. ขอให้ทุกจังหวัดเฝ้าระวังและดับไฟอย่างเข้มงวด เนื่องจากมีจุดความร้อนกระจายอยู่หลายจังหวัด ควบคู่กับขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่งดการเผาในที่โล่งเพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกรณีประชาชนอยู่ในพื้นที่ที่ปริมาณฝุ่นละอองมีผลกระทบต่อสุขภาพ ขอให้หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายและการทำกิจกรรมกลางแจ้ง สวมใส่หน้ากากป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก โดยเฉพาะประชาชนทั่วไปและกลุ่มเสี่ยงควรเฝ้าระวังสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอบ่อย หายใจลำบาก หายใจถี่ หายใจไม่ออก ใจมีเสียงวี้ด ใจสั่น คลื่นไส้ วิงเวียนศีรษะ แน่นหน้าอก ให้รีบพบแพทย์ ผู้มีโรคประจำตัวควรเตรียมยาและอุปกรณ์ที่จำเป็นอย่างน้อย 5 วัน